Manufacturing Life Blog

งาน manufacturing Expo ขอนำเสนอ "Manufacturing Life Blog" รวมสาระประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตของคนทำงานในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมสนับสนุน

ติดตามอ่านเรื่องราวดีๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตได้จากไลน์ Manufacturing Expo เพียงเพิ่มไลน์เป็นเพื่อน (ID: @me_expo)

เพิ่มเพื่อน

หรือ สแกน QR ด้านล่าง คุณก็จะไม่พลาดสิ่งดีๆ ที่น่าแบ่งปันต่อให้เพื่อนแล้ว

  • 6 เคล็ดลับ ลดความเครียดคนทำงาน


    แหล่งที่มา: เว็บไซต์นิตยสาร Forbes (www.forbes.com) / แปลจากบางส่วนของบทความโดย Michele Wojciechowski นักเขียนของเว็บไซต์ Next Avenue (www.nextavenue.org)

    คนทำงานส่วนใหญ่น่าจะเคยใฝ่ฝันถึงงานที่ทำแล้วไม่เครียด เป็นงานที่รัก ตื่นเช้ามาแล้วตื่นเต้นอยากมาทำงาน เจอปัญหาก็มองว่าเป็นความท้าทายน่าแก้ไข ฯลฯ แต่ชีวิตจริงของคนทำงาน 82% จากงานวิจัยของ CareerCast (http://www.careercast.com/career-news/2017-stressful-jobs-reader-survey) คือ ทำงานแล้วเครียด...

    ดร. ดีพัค โชปรา (Deepak Chopra) กูรูด้านจิตวิญญาณและการรักษาทางเลือกชื่อดังชาวอเมริกัน ให้เคล็ดลับการลดความเครียดสำหรับคนทำงานไว้ 6 ข้อ ซึ่ง ดร. ดีพัค เน้นว่า คนแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน สิ่งที่ทำแล้วได้ผลสำหรับคนหนึ่งอาจจะไม่ได้ผลสำหรับอีกคนก็ได้ ยังไงก็ลองทำกันดูนะครับ

     

    1. หยุดพักหายใจ

    ไม่ใช่ให้หยุดหายใจนะครับ แต่ให้หยุดพัก เพื่อหายใจลึกๆ เวลาที่รู้สึกเครียด หาที่นั่งเงียบๆ แล้วดูลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ เพียงไม่กี่ครั้ง คุณก็จะรู้สึกได้ว่าความเครียดกำลังค่อยๆ ละลายหายไป

     

    2. อยู่กับปัจจุบัน

    ความเครียดในการทำงานส่วนใหญ่มาจากความกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ยังไม่เกิด หรือยังยึดติดอยู่กับประสบการณ์ในอดีตที่ไม่ดี ดร. ดีพัค จึงแนะนำให้เจริญสติให้อยู่กับปัจจุบัน ด้วยการเริ่มฝึกการหายใจ เพื่อดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ตั้งสติกับเสียงคีย์บอร์ดที่เรากำลังคีย์ บทสนทนาและข้อมูลที่เรากำลังได้รับ เพื่อหยุดความคิด แล้วอยู่กับปัจจุบัน เวลาฟังก็ตั้งใจฟังเพื่อรับสาร ไม่ใช่ฟังไปคิดไปว่าเราจะตอบโต้อย่างไร

     

    3. ใส่ใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

    คำว่า Multitasking หรือทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันดูเหมือนจะเป็นคำที่คนทำงานหลายคนทำอยู่ทุกวัน เพราะคิดว่าจะทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพและทำงานเสร็จเร็ว แต่ ดร. ดีพัค บอกว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ใจที่มีสติของเราทำได้ทีละอย่าง ดังนั้น การ multitask ก็คือการทำทีละอย่างเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการรวนระบบประสาท ยิ่งฝึก ก็ยิ่งแย่ เราจึงควรตั้งสติทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีสมาธิกับมัน จะช่วยลดความเครียดได้

     

    4. นอน

    ไม่ใช่ให้นอนในที่ทำงานหรือสัปหงกที่โต๊ะทำงานนะครับ แต่ให้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน ดร. ดีพัค บอกว่า ให้นอนวันละอย่างน้อย 7 ชั่วโมง เพราะทำให้ตื่นเช้ามาด้วยความแจ่มใส ไม่เครียด ถ้านอนไม่พอ คุณจะหงุดหงิด อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะทำให้คุณเครียดมากได้

     

    5. หัวเราะ

    การหัวเราะเป็นยาขนานดีที่ช่วยลดความเครียดได้ หากงานยุ่งและเครียดมากจนไม่มีเวลาหรือไม่มีแรงจะหัวเราะ หาเวลาผ่อนคลายสักห้านาทีก็ยังดี ช่วงก่อนเริ่ม พักเที่ยง หรือหลังเลิกงาน หากคลิปตลกๆ บนยูทูปดู หรือคุยเล่นกับเพื่อนร่วมงานก็ได้ มันจะช่วยปลดปล่อยความเครียดที่ค้างคาในระบบร่างกายได้เป็นอย่างดี

     

    6. ใช้กฎ STOP

    เมื่อไรก็ตามที่เครียด ให้กดปุ่ม PAUSE ด้วยการ STOP S คือ Stop หยุดสิ่งที่ทำหรือคิดอยู่, T คือ Take three breaths หายใจลีกๆ สามครั้งแล้วยิ้ม, O คือ Observe ดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เครียดตรงไหนไหม ผ่อนคลายตรงไหนได้ไหม ซึ่งจะทำให้สติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน และ P คือ Proceed with awareness ทำสิ่งที่ทำและคิดต่อไปอย่างมีสติ
    ในระยะยาว ความเครียดเล็กๆ น้อยๆ ในที่ทำงาน อาจจะกลายเป็นผลเสียกับตัวคุณเองมากกว่าความเครียดใหญ่ๆ ในชีวิตเสียอีก ดังนั้น ลองนำวิธีคลายเครียดหกข้อนี้ไปใช้กันดูนะครับ ขอให้ทำงานโดยไม่เครียดครับ

    อ่านบทความจากนิตยสารภาษาอังกฤษ: http://bit.ly/dr_reduce_stress

    เครดิตรูปภาพ: www.menshealth.co.uk




  • ทึ่ง! ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติยักษ์สร้างบ้านในวันเดียว!

    คนในวงการผลิต น่าจะคุ้นเคยกับคำว่า “เครื่องพิมพ์สามมิติ” หรือ “3D Printing” กันดี เพราะเป็นเทคโนโลยีที่เห็นกันมาหลายปีแล้ว แต่เวลานึกถึง 3D Printing เราก็มักจะนึกถึงเครื่องพิมพ์ของขนาดไม่ใหญ่มาก พิมพ์ Prototype หรือโมเดล แต่วันนี้ บริษัท Apis Cor ในประเทศรัสเซีย ประสบความสำเร็จในการนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่มาสร้างบ้านทั้งหลัง ภายในวันเดียว

    คลิปวีดีโอของ Apis Cor เขาเล่าว่า  เครื่องพิมพ์สามมิติขนาดใหญ่ปกติจะอยู่ในโรงงาน เคลื่อนย้ายไม่ได้ ถ้าจะพริ้นท์โครงสร้างบ้าน ก็พริ้นท์ได้เป็นส่วนๆ แล้วจึงนำมาประกอบที่ไซต์งาน แต่เครื่องพิมพ์ของ Apis Cor นี้ เคลื่อนย้ายได้ และสามารถพริ้นท์ที่ไซต์งานได้เลย ในคลิปแสดงการพริ้นท์บ้านที่เขาอ้างว่าเป็นหลังแรกของโลกที่พริ้นท์ทั้งหลังด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติในเวลาเดียวกัน

    เครื่องพิมพ์ของ Apis Cor นั้นใช้เวลาติดตั้งที่ไซต์งานไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ประกอบด้วยแขนพิมพ์ที่หมุนได้ 360 องศา และหน่วยเก็บส่วนผสมที่ใช้เป็นหมึกในการพิมพ์ ทำงานโดยอัตโนมัติโดยแทบไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์มาควบคุม ส่วนผสมที่ใช้คือ จีโอโพลิเมอร์ คอนกรีต (Geopolymer Concrete) โดยการพิมพ์กำแพงนั้น ใช้โครงไฟเบอร์กลาสมาค้ำไว้

    พื้นผิวของผนังสามารถทาสีตกแต่งได้ทันที ส่วนภายในเมื่อตกแต่งแล้ว ก็ดูเหมือนบ้านสวยๆ น่าอยู่หลังหนึ่ง สนนราคาค่าก่อสร้างก็ถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างบ้านทั่วไป บ้านขนาด 38 ตร.ม. ใช้ค่าก่อสร้างประมาณ 10,134 เหรียญสหรัฐฯ ตกอยู่ที่ราวๆ สามแสนกว่าบาท

    Apis Cor คุยว่า เทคโนโลยีของเขาพร้อมแล้วที่จะสร้างบ้านทั่วโลก ไม่แน่ว่าอีกไม่นานเราอาจจะเห็นเครื่องพิมพ์สามมิติยักษ์มาสร้างบ้านใกล้ๆ บ้านเราก็ได้ เทคโนโลยีสามมิติต่อไปจะสร้างอะไรได้อีก ต้องคอยดูกัน


  • ตะกร้าอัจฉริยะ ประสบการณ์ช้อปปิ้งยุค 4.0

    คุณทราบไหมครับว่าคุณอยู่ในช่วงกลางของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ 4 (The Fourth Industrial Revolution) หรือที่ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “Industry 4.0” ซึ่งยุคนี้เริ่มตั้งแต่กลางศตวรรษที่แล้ว และให้กำเนิดเทคโนโลยีล้ำๆ หลายอย่าง ตั้งแต่นาโนเทคโนโลยี, ยานยนต์ไร้คนขับ, Internet of Things, Artificial Intelligence เป็นต้น

    ชีวิตของพวกเรากำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องส่วนตัวและการทำงาน อย่างการช้อปปิ้ง เดี๋ยวนี้ก็มีเทคโนโลยีอย่างบีคอน (Beacon) ที่ยิงข้อมูลสินค้าเข้ามือถือช้อปเปอร์ทันทีที่เดินผ่านโดยไม่ต้องรอถามพนักงานขาย

    วันนี้ขอนำเสนอตะกร้าอัจฉริยะที่จะทำให้ประสบการณ์การช้อปในซูเปอร์ของคุณเปลี่ยนไป ตะกร้านี้มีเซ็นเซอร์ฝังอยู่ มันจะอ่านโค้ด RFID (Radio-frequency Identification) บนสินค้า แล้วบันทึกรายการที่คุณเลือกซื้อ พอคุณช้อปเสร็จ มันก็คำนวณจำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายไว้แล้ว ช้อปเสร็จ คุณก็เอาตะกร้าไปวางที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน ก้นของตะกร้าก็จะเปิดออก สิ่งที่คุณซื้อค่อยๆ เคลื่อนลงไปในถุงพลาสติก พร้อมให้คุณนำกลับบ้านไปได้เลย

    เทคโนโลยีนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Panasonic และ Lawson ที่ญี่ปุ่น โดยเขาเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า “Regi-robo” และกำลังทดลองใช้ ซึ่งให้ผลดีมาก ทำให้ในสัปดาห์แรกมีลูกค้าเพิ่มถึง 300 คน โดยคนทุกเพศทุกวัยให้ความสนใจ ในยุคที่เราต้องแข่งกับเวลาอย่างนี้ เทคโนโลยีนี้ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นมากเลยนะครับ คุณว่าไหม?

    Credits:

    - Tech Insider (https://www.facebook.com/techinsider)

    - Panasonic Newsroom (https://www.youtube.com/channel/UCeSHLdK7u2ZprA53a0jy86w)


Consisting of

Co-located with
newsletter
EPOST SHOW

We use cookies to operate this website and to improve its usability. Full details of what cookies are, why we use them and how you can manage them can be found by reading our Privacy & Cookies page. Please note that by using this site you are consenting to the use of cookies.