Manufacturing Life Blog

งาน manufacturing Expo ขอนำเสนอ "Manufacturing Life Blog" รวมสาระประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตของคนทำงานในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมสนับสนุน

ติดตามอ่านเรื่องราวดีๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตได้จากไลน์ Manufacturing Expo เพียงเพิ่มไลน์เป็นเพื่อน (ID: @me_expo)

เพิ่มเพื่อน

หรือ สแกน QR ด้านล่าง คุณก็จะไม่พลาดสิ่งดีๆ ที่น่าแบ่งปันต่อให้เพื่อนแล้ว

  • 6 เคล็ดลับ ลดความเครียดคนทำงาน


    แหล่งที่มา: เว็บไซต์นิตยสาร Forbes (www.forbes.com) / แปลจากบางส่วนของบทความโดย Michele Wojciechowski นักเขียนของเว็บไซต์ Next Avenue (www.nextavenue.org)

    คนทำงานส่วนใหญ่น่าจะเคยใฝ่ฝันถึงงานที่ทำแล้วไม่เครียด เป็นงานที่รัก ตื่นเช้ามาแล้วตื่นเต้นอยากมาทำงาน เจอปัญหาก็มองว่าเป็นความท้าทายน่าแก้ไข ฯลฯ แต่ชีวิตจริงของคนทำงาน 82% จากงานวิจัยของ CareerCast (http://www.careercast.com/career-news/2017-stressful-jobs-reader-survey) คือ ทำงานแล้วเครียด...

    ดร. ดีพัค โชปรา (Deepak Chopra) กูรูด้านจิตวิญญาณและการรักษาทางเลือกชื่อดังชาวอเมริกัน ให้เคล็ดลับการลดความเครียดสำหรับคนทำงานไว้ 6 ข้อ ซึ่ง ดร. ดีพัค เน้นว่า คนแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน สิ่งที่ทำแล้วได้ผลสำหรับคนหนึ่งอาจจะไม่ได้ผลสำหรับอีกคนก็ได้ ยังไงก็ลองทำกันดูนะครับ

     

    1. หยุดพักหายใจ

    ไม่ใช่ให้หยุดหายใจนะครับ แต่ให้หยุดพัก เพื่อหายใจลึกๆ เวลาที่รู้สึกเครียด หาที่นั่งเงียบๆ แล้วดูลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ เพียงไม่กี่ครั้ง คุณก็จะรู้สึกได้ว่าความเครียดกำลังค่อยๆ ละลายหายไป

     

    2. อยู่กับปัจจุบัน

    ความเครียดในการทำงานส่วนใหญ่มาจากความกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ยังไม่เกิด หรือยังยึดติดอยู่กับประสบการณ์ในอดีตที่ไม่ดี ดร. ดีพัค จึงแนะนำให้เจริญสติให้อยู่กับปัจจุบัน ด้วยการเริ่มฝึกการหายใจ เพื่อดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ตั้งสติกับเสียงคีย์บอร์ดที่เรากำลังคีย์ บทสนทนาและข้อมูลที่เรากำลังได้รับ เพื่อหยุดความคิด แล้วอยู่กับปัจจุบัน เวลาฟังก็ตั้งใจฟังเพื่อรับสาร ไม่ใช่ฟังไปคิดไปว่าเราจะตอบโต้อย่างไร

     

    3. ใส่ใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

    คำว่า Multitasking หรือทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันดูเหมือนจะเป็นคำที่คนทำงานหลายคนทำอยู่ทุกวัน เพราะคิดว่าจะทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพและทำงานเสร็จเร็ว แต่ ดร. ดีพัค บอกว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ใจที่มีสติของเราทำได้ทีละอย่าง ดังนั้น การ multitask ก็คือการทำทีละอย่างเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการรวนระบบประสาท ยิ่งฝึก ก็ยิ่งแย่ เราจึงควรตั้งสติทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีสมาธิกับมัน จะช่วยลดความเครียดได้

     

    4. นอน

    ไม่ใช่ให้นอนในที่ทำงานหรือสัปหงกที่โต๊ะทำงานนะครับ แต่ให้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน ดร. ดีพัค บอกว่า ให้นอนวันละอย่างน้อย 7 ชั่วโมง เพราะทำให้ตื่นเช้ามาด้วยความแจ่มใส ไม่เครียด ถ้านอนไม่พอ คุณจะหงุดหงิด อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะทำให้คุณเครียดมากได้

     

    5. หัวเราะ

    การหัวเราะเป็นยาขนานดีที่ช่วยลดความเครียดได้ หากงานยุ่งและเครียดมากจนไม่มีเวลาหรือไม่มีแรงจะหัวเราะ หาเวลาผ่อนคลายสักห้านาทีก็ยังดี ช่วงก่อนเริ่ม พักเที่ยง หรือหลังเลิกงาน หากคลิปตลกๆ บนยูทูปดู หรือคุยเล่นกับเพื่อนร่วมงานก็ได้ มันจะช่วยปลดปล่อยความเครียดที่ค้างคาในระบบร่างกายได้เป็นอย่างดี

     

    6. ใช้กฎ STOP

    เมื่อไรก็ตามที่เครียด ให้กดปุ่ม PAUSE ด้วยการ STOP S คือ Stop หยุดสิ่งที่ทำหรือคิดอยู่, T คือ Take three breaths หายใจลีกๆ สามครั้งแล้วยิ้ม, O คือ Observe ดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เครียดตรงไหนไหม ผ่อนคลายตรงไหนได้ไหม ซึ่งจะทำให้สติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน และ P คือ Proceed with awareness ทำสิ่งที่ทำและคิดต่อไปอย่างมีสติ
    ในระยะยาว ความเครียดเล็กๆ น้อยๆ ในที่ทำงาน อาจจะกลายเป็นผลเสียกับตัวคุณเองมากกว่าความเครียดใหญ่ๆ ในชีวิตเสียอีก ดังนั้น ลองนำวิธีคลายเครียดหกข้อนี้ไปใช้กันดูนะครับ ขอให้ทำงานโดยไม่เครียดครับ

    อ่านบทความจากนิตยสารภาษาอังกฤษ: http://bit.ly/dr_reduce_stress

    เครดิตรูปภาพ: www.menshealth.co.uk




  • ทึ่ง! ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติยักษ์สร้างบ้านในวันเดียว!

    คนในวงการผลิต น่าจะคุ้นเคยกับคำว่า “เครื่องพิมพ์สามมิติ” หรือ “3D Printing” กันดี เพราะเป็นเทคโนโลยีที่เห็นกันมาหลายปีแล้ว แต่เวลานึกถึง 3D Printing เราก็มักจะนึกถึงเครื่องพิมพ์ของขนาดไม่ใหญ่มาก พิมพ์ Prototype หรือโมเดล แต่วันนี้ บริษัท Apis Cor ในประเทศรัสเซีย ประสบความสำเร็จในการนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่มาสร้างบ้านทั้งหลัง ภายในวันเดียว

    คลิปวีดีโอของ Apis Cor เขาเล่าว่า  เครื่องพิมพ์สามมิติขนาดใหญ่ปกติจะอยู่ในโรงงาน เคลื่อนย้ายไม่ได้ ถ้าจะพริ้นท์โครงสร้างบ้าน ก็พริ้นท์ได้เป็นส่วนๆ แล้วจึงนำมาประกอบที่ไซต์งาน แต่เครื่องพิมพ์ของ Apis Cor นี้ เคลื่อนย้ายได้ และสามารถพริ้นท์ที่ไซต์งานได้เลย ในคลิปแสดงการพริ้นท์บ้านที่เขาอ้างว่าเป็นหลังแรกของโลกที่พริ้นท์ทั้งหลังด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติในเวลาเดียวกัน

    เครื่องพิมพ์ของ Apis Cor นั้นใช้เวลาติดตั้งที่ไซต์งานไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ประกอบด้วยแขนพิมพ์ที่หมุนได้ 360 องศา และหน่วยเก็บส่วนผสมที่ใช้เป็นหมึกในการพิมพ์ ทำงานโดยอัตโนมัติโดยแทบไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์มาควบคุม ส่วนผสมที่ใช้คือ จีโอโพลิเมอร์ คอนกรีต (Geopolymer Concrete) โดยการพิมพ์กำแพงนั้น ใช้โครงไฟเบอร์กลาสมาค้ำไว้

    พื้นผิวของผนังสามารถทาสีตกแต่งได้ทันที ส่วนภายในเมื่อตกแต่งแล้ว ก็ดูเหมือนบ้านสวยๆ น่าอยู่หลังหนึ่ง สนนราคาค่าก่อสร้างก็ถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างบ้านทั่วไป บ้านขนาด 38 ตร.ม. ใช้ค่าก่อสร้างประมาณ 10,134 เหรียญสหรัฐฯ ตกอยู่ที่ราวๆ สามแสนกว่าบาท

    Apis Cor คุยว่า เทคโนโลยีของเขาพร้อมแล้วที่จะสร้างบ้านทั่วโลก ไม่แน่ว่าอีกไม่นานเราอาจจะเห็นเครื่องพิมพ์สามมิติยักษ์มาสร้างบ้านใกล้ๆ บ้านเราก็ได้ เทคโนโลยีสามมิติต่อไปจะสร้างอะไรได้อีก ต้องคอยดูกัน


  • ตะกร้าอัจฉริยะ ประสบการณ์ช้อปปิ้งยุค 4.0

    คุณทราบไหมครับว่าคุณอยู่ในช่วงกลางของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ 4 (The Fourth Industrial Revolution) หรือที่ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “Industry 4.0” ซึ่งยุคนี้เริ่มตั้งแต่กลางศตวรรษที่แล้ว และให้กำเนิดเทคโนโลยีล้ำๆ หลายอย่าง ตั้งแต่นาโนเทคโนโลยี, ยานยนต์ไร้คนขับ, Internet of Things, Artificial Intelligence เป็นต้น

    ชีวิตของพวกเรากำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องส่วนตัวและการทำงาน อย่างการช้อปปิ้ง เดี๋ยวนี้ก็มีเทคโนโลยีอย่างบีคอน (Beacon) ที่ยิงข้อมูลสินค้าเข้ามือถือช้อปเปอร์ทันทีที่เดินผ่านโดยไม่ต้องรอถามพนักงานขาย

    วันนี้ขอนำเสนอตะกร้าอัจฉริยะที่จะทำให้ประสบการณ์การช้อปในซูเปอร์ของคุณเปลี่ยนไป ตะกร้านี้มีเซ็นเซอร์ฝังอยู่ มันจะอ่านโค้ด RFID (Radio-frequency Identification) บนสินค้า แล้วบันทึกรายการที่คุณเลือกซื้อ พอคุณช้อปเสร็จ มันก็คำนวณจำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายไว้แล้ว ช้อปเสร็จ คุณก็เอาตะกร้าไปวางที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน ก้นของตะกร้าก็จะเปิดออก สิ่งที่คุณซื้อค่อยๆ เคลื่อนลงไปในถุงพลาสติก พร้อมให้คุณนำกลับบ้านไปได้เลย

    เทคโนโลยีนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Panasonic และ Lawson ที่ญี่ปุ่น โดยเขาเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า “Regi-robo” และกำลังทดลองใช้ ซึ่งให้ผลดีมาก ทำให้ในสัปดาห์แรกมีลูกค้าเพิ่มถึง 300 คน โดยคนทุกเพศทุกวัยให้ความสนใจ ในยุคที่เราต้องแข่งกับเวลาอย่างนี้ เทคโนโลยีนี้ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นมากเลยนะครับ คุณว่าไหม?

    Credits:

    - Tech Insider (https://www.facebook.com/techinsider)

    - Panasonic Newsroom (https://www.youtube.com/channel/UCeSHLdK7u2ZprA53a0jy86w)


  • 9 วัดใกล้กรุงเทพฯ น่าเที่ยวน่าทำบุญวันวิสาขบูชา

    พรุ่งนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางศาสนาพุทธที่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากจะใช้วันหยุดพิเศษนี้กับครอบครัว พากันไปเที่ยวไปทำบุญ ใครอยู่กรุงเทพฯ การได้ไปทำบุญในจังหวัดใกล้ๆ นอกจากจะได้ไปทำบุญในวันพระใหญ่แล้ว ยังได้มีโอกาสไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศและรับประทานอาหารอร่อยขึ้นชื่อของท้องถิ่นนั้นๆ ด้วยการขับรถในระยะทางที่ไม่ไกลเกินกว่าจะเดินทางแบบเช้าไป-เย็นกลับ

    วันนี้ Manufacturing Life Blog จึงขอเสนอไอเดีย 9 วัดที่น่าสนใจพาคนที่คุณรักไปเที่ยวและไปทำบุญกันครับ

    (ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.kapook.com จากหน้า https://travel.kapook.com/view148549.html และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)


    1. วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ภาพจาก martinho Smart / shutterstock.com

    วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดพระเจ้าพระนางเชิงหรือวัดพระนางเชิง ตามพงศาวดารเหนือเล่าว่าวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระนางสร้อยดอกหมาก พระมเหสีในพระเจ้าสายน้ำผึ้ง

    ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่นามว่า พระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า หลวงพ่อโต ส่วนชาวจีนเรียกว่า ซำปอกง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะแบบอู่ทอง ปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 14 เมตร และสูง 19.13 เมตร เบื้องหน้ามีตาลปัตรหรือพัดยศและพระอัครสาวกที่ทำด้วยปูนปั้นลงรักปิดทองประดิษฐานอยู่เบื้องซ้ายและขวา มีความงดงามมาก และเป็นที่ศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    เดินทางอย่างไร

    โดยรถยนต์

    จากรุงเทพฯ โดยใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกเข้าอยุธยา เลี้ยวซ้ายตรงวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มแล้วตรงไปอีก 1.5 กม. ผ่านวัดใหญ่ชัยมงคลทางซ้ายมือไปอีก 3 กม.จะถึงวัดพนัญเชิงอยู่ทางขวามือ


    โดยรถไฟ

    เดินทางโดยรถไฟไปยังสถานีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อรถประจำทาง หรือรถรับจ้างเพื่อข้ามเรือที่สถานีตำรวจป้อมเพชร ซึ่งเรียกว่า ท่าข้ามวัดสุวรรณดาราราม – วัดพนัญเชิงฯ

    วันเปิดทำการ : ทุกวัน

    เวลาเปิดทำการ : 08.00 - 17.00


    2. วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นอีกหนึ่งวัดที่ชาวไทยให้ความเคารพและศรัทธา ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามประวัติเล่าว่าวัดนี้เคยชื่อว่าวัดป่าแก้วหรือวัดเจ้าพระยาไท สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสำนักของพระสงฆ์ซึ่งไปบวชเรียนมาจากสำนักพระวันรัตน์มหาเถรในประเทศลังกา

    นอกจากนี้ยังมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คือ ในปี พ.ศ. 2135 เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่าที่ตำบลหนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ ขนานนามว่าพระเจดีย์ชัยมงคล แต่ราษฎรเรียกว่าพระเจดีย์ใหญ่ เมื่อเวลาผ่านไปจึงกลายเป็นวัดใหญ่ชัยมงคล เมื่อนักท่องเที่ยวไปเยือนวัดแห่งนี้ สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการเข้าไปชมพระเจดีย์ใหญ่ชัยมงคล และโบราณสถาน โบราณวัตถุต่าง ๆ ภายในวัด ซึ่งมีประวัติที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

    เดินทางอย่างไร

    โดยรถยนต์

    จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วจะเห็นเจดีย์วัดสามปลื้ม (เจดีย์กลางถนน) ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นวัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ทางซ้ายมือ


    โดยรถไฟ

    ลงรถที่สถานีรถไฟอยุธยา ต่อรถตุ๊กตุ๊ก ราคาค่าโดยสารประมาณ 40 บาท

    วันเปิดทำการ : ทุกวัน

    เวลาเปิดทำการ : 08.00 - 17.00


    3. วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา

    วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่าวัดหลวงพ่อโสธร ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลโสธร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เดิมทีมีชื่อว่าวัดหงส์ แต่หลังจากที่ได้อัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นมาประดิษฐาน จึงได้เปลี่ยนมาเป็นวัดโสธรวรารามวรวิหาร

    หลวงพ่อโสธร แต่เดิมนั้นเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริดอย่างสวยงาม แต่ภายหลังได้มีการพอกปูนเสริมให้ใหญ่ หุ้มองค์จริงไว้ภายใน เป็นแบบปูนปั้นลงรักปิดทอง พระวรกายแบบเทวรูป พระพักตร์แบบศิลปะล้านนา พระเกตุมาลาแบบปลี ข้อพระกรข้างขวามีกำไลรัดตรึง หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ซึ่งประชาชนจะให้ความนับถือและศรัทธามากๆ ในแต่ละวันจะมีประชาชนเดินทางมาสักการะหลวงพ่อโสธรไม่ขาดสาย

    วันเปิดทำการ : ทุกวัน

    เวลาเปิดทำการ : 07.00 - 17.00


    4. วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร จังหวัดนนทบุรี

    วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ 86 หมู่ 3 ถนนท่าน้ำนนท์-วัดโบสถ์ดอนพรหม ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงโปรดให้พระยาคลัง (ดิศ บุนนาค) สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระอัยกา (ตา) พระอัยกี (ยาย) ของพระองค์ ที่มีนิวาสเดิมอยู่ในบริเวณนี้

    อีกทั้งยังเป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระศรีสุลาไลยพระราชชนนีพันปีหลวงอีกด้วย ครั้นเมื่อรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต วัดแห่งนี้ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จึงทรงรับเป็นพระราชภาระในการสร้างวัดเฉลิมพระเกียรติจนเสร็จเรียบร้อยในปี พ.ศ. 2401 ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ได้รับการอนุรักษ์ไว้คงเดิมทุกประการ นอกจากนี้ยังมีโบราณสถาน โบราณวัตถุที่สำคัญอีกมากมาย

    เดินทางอย่างไร

    โดยรถยนต์

    จากถนนนครอินทร์มุ่งหน้าสะพานพระราม 5 เมื่อวิ่งผ่านสี่แยกบางสีทอง (ถนนบางกรวย-ไทรน้อย) ให้ชิดซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนท่าน้ำนนท์-วัดโบสถ์แล้ววิ่งไปตามทางจนเจอโรงพยาบาลวัดเฉลิมพระเกียรติทางซ้ายมือจากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าซอยวัดเฉลิมพระเกียรติวิ่งไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะเจอวัด

    วันเปิดทำการ : ทุกวัน

    เวลาเปิดทำการ : 05.00 - 18.00


    5. วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร จังหวัดนนทบุรี

    หากใครเคยไปเที่ยวเกาะเกร็ด คงจะต้องรู้จักวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร หรือวัดปากอ่าว อย่างแน่นอน เพราะเป็นเพียงวัดเดียวที่ตั้งอยู่บนเกาะเกร็ด ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นพระอารามหลวง ฝ่ายรามัญ ชั้นโท ชนิดวรวิหาร เดิมเป็นวัดราษฎร์ของชาวรามัญซึ่งอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารตั้งแต่สมัยก่อนสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างแบบไทยและแบบมอญ

    สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดนี้ก็คือเจดีย์ริมแม่น้ำ มีลักษณะเป็นทรงรามัญสีขาวสะอาดตา เมื่อเวลาผ่านมาหลายร้อยปี น้ำได้เข้าไปกัดเซาะใต้ฐานเจดีย์จนเจดีย์เอียง กลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นทำให้คนจำวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหารได้ไม่มีวันลืม


    6. วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม

    วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร มีพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลม รูประฆังคว่ำแบบลังกา มีความสูงจากพื้นดินถึงยอดมงกุฎ ประมาณ 120.5 เมตร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2396 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิม

    ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีพระร่วงโรจนฤทธิ์ประทับยืนอยู่ทางด้านทิศเหนือขององค์เจดีย์ เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ศิลปะแบบสุโขทัย มีขนาดความสูงวัดจากพระบาทถึงพระเกศ 7.42 เมตร เป็นที่เคารพและศรัทธาของชาวบ้านและคนทั่วไป หากใครได้มากราบไหว้ขอพรก็มักจะสมหวัง ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อพระร่วงจึงมีการกล่าวขานแผ่ขยายไปในวงกว้าง

    เดินทางอย่างไร

    โดยรถยนต์

    การเดินทางโดยรถยนต์ ไปได้ 2 เส้นทาง คือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านอ้อมน้อย อ้อมใหญ่ สามพราน ไปจนถึงจังหวัดนครปฐม หรือใช้ถนนบรมราชชนนี ผ่านพุทธมณฑล นครชัยศรี ไปจนถึงตัวจังหวัดนครปฐม จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาไปพระปฐมเจดีย์

    วันเปิดทำการ : ทุกวัน

    เวลาเปิดทำการ : 07.00 - 18.00


    7. วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม

    ภาพจาก Anirut Thailand / shutterstock.com

    ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นวัดที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความนับถือมาก ๆ ด้วยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานจากวัดศาลาปูน ตัวองค์พระเป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย พุทธลักษณะงดงามด้วยพุทธศิลป์ 3 สมัย คือพระรูปผึ่งผายแบบเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามแบบสุโขทัย และพระพักตร์งดงามในแบบรัตนโกสินทร์ นักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางมากราบไหว้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด และงานเทศกาลประจำปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวอย่างหนาตา


    8. วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี

    วัดป่าเลไลยก์ ตั้งอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีอายุประมาณ 650-1,300 ปี มีพระพุทธรูปหลวงพ่อปาเลไล หรือหลวงพ่อโต เป็นโบราณวัตถุที่สำคัญ ซึ่งตัวพระจะเป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ แบบศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ มีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย มีความสูงประมาณ 23.46 เมตร และรอบองค์กว้าง 11.20 เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงใหญ่อีกชั้นหนึ่ง ในบริเวณวัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ คุ้มขุนช้าง, พิพิธภัณฑ์พระขุนแผน, พระพุทธสิหิงค์, ศาลสุรพล สมบัติเจริญ, มณฑปหลวงพ่อเถร เป็นต้น

    วันเปิดทำการ : ทุกวัน

    เวลาเปิดทำการ : 08.00 - 17.00


    9. วัดหนองหอย จังหวัดราชบุรี

    ภาพจาก ททท.

    วัดหนองหอย ตั้งอยู่บนยอดเขาแร้ง ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นที่ตั้งของพระวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม และพระพุทธรัตนโกสินทร์มหามุณี (หลวงพ่อใหญ่) และยังมีรูปปั้นของเทพเจ้าหลายองค์ให้กราบไหว้บูชา อาทิ เทพเจ้าไฉ่เส่งเอี้ย, พระสังกัจจายน์, เทพเจ้าจี้กง เป็นต้น ประชาชนนิยมมากราบไหว้ทำบุญกันตลอดทั้งปี มีบรรยากาศเงียบสงบ และเป็นจุดชมวิวเมืองราชบุรีที่สวยมาก ๆ นอกจากนี้วัดหนองหอย ยังมีโรงทานอยู่ด้านบน เป็นอาหารเจ บริจาคได้ตามศรัทธา

    เดินทางอย่างไร

    โดยรถยนต์

    ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ลอดใต้สะพานข้ามแยก (ไปจังหวัดกาญจนบุรี) เลี้ยวขวาเพื่อไปยังอำเภอโพธารามตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3080 ประมาณ 5 กิโลเมตรข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองถึงสามแยก (แยกซ้ายไปทางวัดเขาช่องพรานแยกขวาไปวัดขนอน) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3089 ประมาณ 23 กิโลเมตรจะพบแยกซ้ายเข้าวัดหนองหอย


    โดยรถประจำทาง

    สามารถนั่งรถประจำทางจากตลาดในตัวเมืองหน้าธนาคารออมสินสายราชบุรี-หนองหอยลงที่หน้าวัด จะมีรถรับจ้างบริการขึ้นถึงบนยอดเขาแร้ง

    วันเปิดทำการ : ทุกวัน

    เวลาเปิดทำการ : 07.00 - 18.00

    แม้อากาศช่วงนี้จะร้อน แต่อยากให้ทุกคนเดินทางกันด้วยใจร่มๆ เย็นๆ กัน ขับรถเดินทางปลอดภัยกันทุกคน ตักตวงบุญกันให้เต็มที่ ชาร์จพลังในวันหยุดกันให้เต็มเปี่ยมทั้งครอบครัวครับ


We use cookies to operate this website and to improve its usability. Full details of what cookies are, why we use them and how you can manage them can be found by reading our Privacy & Cookies page. Please note that by using this site you are consenting to the use of cookies.