Manufacturing Expo Logo
21 - 24 มิถุนายน 2566

สร้างความเชื่อมั่น พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ ด้วยระบบเอ็กซ์เรย์ตรวจสอบสิ่งปลอมปน

24 March 2023

- ระบบเอกซเรย์ตรวจสอบสิ่งปลอมปน เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการันตีความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค

- แข่งขันที่เทคโนโลยีที่นำสมัย แม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ระบบเอกซเรย์ตรวจสอบสิ่งปลอมปนมีประโยชน์สำหรับการใช้งานด้านอาหารและยาและเวชภัณฑ์ที่หลากหลาย เพราะใช้ตรวจจับและคัดแยกสิ่งปลอมปนออกจากสายการผลิตได้อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย ลดความเสี่ยงในการเรียกคืนสินค้าและผลิตภัณฑ์ ลดเวลาหยุดทำการผลิต โดยสามารถตรวจจับสิ่งปลอมปนที่มีความหนาแน่นต่าง ๆ  เช่น แก้ว โลหะ หินแร่ เศษกระดูกแข็ง รวมถึงพลาสติกความหนาแน่นสูง เป็นต้น และเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดจึงจำเป็นจะต้องใช้งานตลอดทั้งสายการผลิต ตั้งแต่การตรวจสอบสินค้าที่ป้อนเข้า สินค้าที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่ลำเลียงผ่านท่อและสายพานลำเลียงทุกประเภท

ระบบนี้ยังทำให้ผู้ผลิตอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ สามารถลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนเนื่องจากข้อผิดพลาดของมนุษย์ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของสายการผลิตโดยการตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมและข้อบกพร่องด้านคุณภาพอื่น ๆ ไปพร้อมกัน

ด้วยเหตุนี้ ระบบเอ็กซเรย์ตรวจสอบสิ่งปลอมปนจึงเป็นเทคโนโลยีเด่นที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ เพราะนอกจากจะช่วยลดความสูญเสียของผลิตภัณฑ์จากการคัดสินค้าที่มีปัญหาออกได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ต้องทิ้งสินค้าทั้งล็อตการผลิตแล้ว ยังทำให้ลูกค้ารับประทานอาหารและยารักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างสบายใจ เพราะสินค้าผ่านกระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการร้องเรียน ถือเป็นการปกป้องชื่อเสียงขององค์กร/แบรนด์ รวมถึงรับรองความพึงพอใจของลูกค้าไปในตัว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากความมั่นใจของลูกค้าได้อีกด้วย


โดยปัจจุบัน ระบบเอ็กซเรย์ตรวจสอบสิ่งปลอมปน เน้นแข่งขันกันที่การเพิ่มความไวในการตรวจจับสิ่งปลอมปนสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารปริมาณมาก โดยได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตรวจจับสิ่งปลอมปนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เช่น แก้ว โลหะ และพลาสติกความหนาแน่นสูง ไม่ว่าจะมีรูปร่างและขนาดเป็นอย่างไร หรืออยู่ในส่วนไหนของผลิตภัณฑ์ก็ตาม รวมถึงนำระบบการตรวจจับแบบ Non-Linear มาใช้ ทำให้สามารถตรวจจับวัตถุปลอมปนในจุดที่มองไม่เห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ที่ถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ การควบคุมคุณภาพอาหาร ไม่ใช่แค่การตรวจหาและคัดแยกวัตถุแปลกปลอมที่เป็นอันตรายออกจากสายการผลิตเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณภาพโดยรวมของผลิตภัณฑ์อาหาร โดยระบบเอ็กซเรย์ตรวจสอบสิ่งปลอมปนในสายการผลิตช่วยเพิ่มการควบคุมคุณภาพของอาหารได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการตรวจดูว่ามีสินค้าหรือหีบห่อใดชำรุด ขาดหาย ไม่ครบถ้วน หรือแตกหักหรือไม่ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการผลิตอาหารหลายชนิด เช่น ช็อกโกแลตแท่งหรือคุกกี้ ซึ่งสามารถแตกหักได้ง่าย หรือใช้ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์หรือไม่ เช่น ในบรรจุภัณฑ์ที่ควรมีเค้ก 3 ชิ้น แต่กลับพบเค้กเพียง 2 ชิ้น เป็นต้น

สำหรับเทคโนโลยีขั้นสูงของระบบเอ็กซเรย์ตรวจสอบสิ่งปลอมปนที่เราจะเห็นมากขึ้น และผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ จำเป็นจะต้องอัปเดตและพิจารณาเพื่อนำมาใช้ในสายการผลิตของตนเอง คือ การทดสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) ใช้ในการตรวจสอบวัสดุและโครงสร้างโดยไม่ทำให้เกิดความเสียหาย และสามารถใช้ร่วมกับการถ่ายภาพเอ็กซเรย์เพื่อให้มุมมองที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นของวัตถุที่กำลังตรวจสอบ, การถ่ายภาพเอกซเรย์ 3 มิติ ใช้การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เพื่อสร้างภาพ 3 มิติของวัตถุที่กำลังตรวจสอบ ซึ่งให้มุมมองที่ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถช่วยระบุข้อบกพร่องและรอยร้าวที่อาจมองไม่เห็นด้วยระบบเอ็กซเรย์แบบดั้งเดิม, ระบบเอกซเรย์เอกซเรย์แบบพกพาและกะทัดรัด ออกแบบมาให้เคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ตรวจได้ง่าย และสามารถใช้ในสถานที่ห่างไกลได้, การถ่ายภาพเอ็กซเรย์พลังงานสูง ช่วยให้สามารถตรวจสอบวัสดุที่หนาขึ้นและมีความหนาแน่นขึ้นได้ รวมถึงระบบเอ็กซเรย์ตรวจสอบสิ่งปลอมปนที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์ภาพเอ็กซเรย์และตรวจจับข้อบกพร่อง ซึ่งสามารถปรับปรุงความแม่นยำและประสิทธิภาพของกระบวนการตรวจสอบได้

สำหรับท่านที่ต้องการอัพเดทเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมสนับสนุนผ่านระบบและโซลูชั่นอัตโนมัติที่ครบครันที่สุดในอาเซียน ต้องไม่พลาดติดตาม ME Blog อย่างต่อเนื่อง และเตรียมพบกันที่งาน “แอสเซมบลี แอนด์ ออโตเมชั่น เทคโนโลยี 2023” ซึ่งอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากกว่า 475 แบรนด์ทั่วโลก ในวันที่ 21-24 มิถุนายน 2566 ณ ไบเทค บางนา